GOOD

 

memorry memorry Author
Title: "ข้าวถัก" บ้านเมืองสาตรหัตถกรรมพื้นบ้านของคนล้านนา
Author: memorry
Rating 5 of 5 Des:
"ในอดีตท้องถิ่นล้านนาโดยทั่วไปจะมีชาวบ้านทั้งชายหญิงสามารถถักข้าวเปลือก ได้เกือบทุกชุมชนที่นับถือพุทธศาสนา แต่การถักข้าวตามชุมชนต่าง ...


"ในอดีตท้องถิ่นล้านนาโดยทั่วไปจะมีชาวบ้านทั้งชายหญิงสามารถถักข้าวเปลือก ได้เกือบทุกชุมชนที่นับถือพุทธศาสนา แต่การถักข้าวตามชุมชนต่าง ๆ จะกระทำเมื่อถึงช่วงเทศกาลประเพณีเท่านั้น ระยะเวลาที่ยาวนานทำให้การถักข้าวเปลือกเริ่มมีผู้ทำลดน้อยลง ผู้ที่จะสามารถเรียงร้อยเมล็ดข้าวได้นั้นต้องมีความละเอียดอ่อน ประณีต สมาธิที่แน่วแน่ การทำข้าวถักแต่ละเส้นให้สำเร็จอย่างงดงามต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์เป็นองค์ ประกอบสำคัญ"


ชื่อเสียงของหมู่บ้านเมืองสาตรหลวงยังคงขจรขจายด้วยใน ฐานะที่เป็นหมู่บ้านทำโคมยี่เป็งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเชียงใหม่ ทุก ๆ ปีในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรืองานประเพณียี่เป็ง ว่ากันว่าจำนวนโคมยี่เป็งกว่าหนึ่งในสามที่ใช้ประดับประดาสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ล้วนแล้วมาจากฝีมือของคนในชุมชนเมืองสาตรหลวงทั้งสิ้น

มาวันนี้ภูมิปัญญาอันล้ำลึกในการเรียงร้อยเมล็ดข้าว เปลือก ถักทอขึ้นจนเป็นเส้นที่ชาวบ้านเรียกว่า "ข้าวถัก" ใช้ประกอบในพิธีกรรมทางศาสนาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของบ้านเมืองสาตรหลวง ได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง นี่อาจนับเป็นก้าวแรกของการรื้อฟื้นมรดกทางวัฒนธรรมมา "ปัดฝุ่น" ขึ้นใหม่หลังจากที่พ่อครูแม่ครูฝีมือดีได้ล้มหายตายจาก เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน และยังไม่นับรวมถึงความมหัศจรรย์ของภูมิปัญญาด้านหมอเมือง ภาษาและวรรณกรรม ช่างพื้นบ้านและการหามปราสาทศพที่จะทยอยฟื้นฟูอนุรักษ์

หากจะกล่าวถึงรากเหง้าที่มาของบ้านเมืองสาดที่วันนี้ เปลี่ยนมาใช้เป็น "เมืองสาตร" นั้นคงอาจกล่าวได้ไม่หมดในพื้นที่อันจำกัดของหน้ากระดาษ แต่พอจะอธิบายให้เข้าใจอย่างย่นย่อเมืองสาดเป็นหัวเมืองที่มีอาณาบริเวณ กว้างใหญ่ไพศาลอยู่ใกล้กับเมืองเขมรัฐตุงคะบุรีหรือเวียงเชียงตุง ในอดีตการเดินทางไปเมืองนี้จากเชียงตุงต้องใช้เวลาเดินทางถึง 7 วัน 7 คืน สมัยของพระยากาวิละเรืองอำนาจในยุคฟื้นม่านแทงม่านหรือ "ยุคเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง"

ช่วงเวลาดังกล่าวเมืองเชียงใหม่ถูกยึดครองโดยพม่า พระยากาวิละจึงได้รวบรวมไพล่พลและยกทัพไปตีหัวเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่เมืองเล็กเมืองน้อยในเขตเชียงตุง เมืองสาด เมืองยอง เมืองลื้อขึ้นไปจนถึงสิบสองปันนาในจีน อพยพชาวบ้านจากท้องถิ่นต่าง ๆให้พาครอบครัว ลูกเมีย บ่าวไพร่ ลงมาเป็นพลเมืองของเชียงใหม่ ในปีที่สิรินรธาโป่ม่านย้ายมายึดครองเมืองสาด ชาวบ้านเมืองสาดถูกกวาดต้อนลงมาโดยมี หมื่นหลวง หมื่นน้อยเจ้าพ่อเมืองสาด แสนเมืองมา น้อยวงศ์เมืองแจด ลงมาเป็นข้าราชบริพาร

หลังจากที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาทางเมืองฝางใช้เวลาเดินเท้า จากเมืองสาดมาถึงเชียงใหม่รวมทั้งสิ้น 16 คืน จากนั้นจึงได้มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่ราบลุ่มฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงชาว บ้านเมืองสาดที่อพยพมาอยู่ฝั่งตะวันของแม่น้ำปิงในปัจจุบันสืบเชื้อสายมาจาก ชาวไทเขิน การดำเนินชีวิตแบบพื้นบ้านดั่งเดิมไทเขินได้เกิดการผสมผสานทางศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ ภาษาและประเพณี ชาวเมืองสาดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่อย่างกลมกลืนโดยสมบูรณ์ และได้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสาด (เดิม) มาเป็นเมืองสาตร (ใหม่)

ด้วยความที่คนเมืองสาตรมีรากเหง้ามาจากชาวไทเขินมีความ เชื่ออย่างเคร่งครัดต่อศาสนาพุทธ เมื่อใดก็ตามที่ชาวบ้านว่างเว้นจากการทำไร่นาจึงมักหันหน้าเข้าสู่วัด สังเกตได้จากงานบุญสำคัญทางศาสนาที่เกิดขึ้นในทุกเดือน เช่น งานบุญทานข้าวใหม่ งานบุญปี๋ใหม่เมือง งานบุญสรงน้ำพระ งานบุญก๋วยสลาก งานบุญเข้า-ออกพรรษา งานยี่เป็งและงานปอยเล็กปอยน้อยอีกมากมาย ด้วยเหตุที่ชาวเมืองสาตรจะต้องทำบุญเกือบตลอดเวลา จึงมักจะประดิษฐ์ประดอยสิ่งของขึ้นเพื่อใช้บูชาพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะภูมิปัญญาการถักข้าวซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมืองสาตรหลวง

ข้าวถักในความหมายของคนล้านนาเป็นเครื่องสักการะที่ใช้ บูชาเบื้องสูงมาแต่โบราณ การถักเรียงเมล็ดข้าวเปลือกขนาดที่เท่ากันจำนวนหลายเมล็ดอย่างเป็นระเบียบ แล้วนำมาล้อมรอบเหรียญชนิดต่าง ๆ ประกอบกันเป็นต้นวงไหวเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสงานบุญสำคัญของพวกเขา การถวายข้าวถักเพื่อเป็นเครื่องสักการะพระพุทธเจ้าเชื่อว่าจะได้รับอานิสงค์ ผลบุญแห่งการให้ทานในโลกนี้และโลกหน้า รวมทั้งจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เปรียบประดุจดั่งเมล็ดข้าวเปลือกที่ตกลงบนพื้นดินหนแห่งใดก็ตาม มักจะเจริญงอกงามขึ้นมาสร้างความสมบูรณ์พูนสุขให้กับผืนแผ่นดินอย่างทั่วถึง

แม่ลัย นันต๊ะ แม่ครูผู้เชี่ยวชาญศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านด้านการถักข้าวเปลือก ในวันว่างจากงานบ้านแม่ลัยก็มักจะนั่งถักข้าวอยู่ใต้ยุ้งข้าวเป็นประจำ จากความตั้งใจทำด้วยใจผนวกกับความอดทนและมีสมาธิ จึงทำให้แม่ลัยกลายเป็นแม่ครูพื้นบ้านด้านการถักข้าวของชุมชนเมืองสาตรหลวง

"คนใจร้อนจะถักไม่ได้ เพราะจะต้องมีสมาธิและนั่งทำคนเดียวห้ามไม่ให้คนอื่นมากวน ก่อนจะนั่งถักข้าวจะต้องทำธุระกวาดบ้านถูกบ้านซักผ้าให้เสร็จก่อนแล้วจึงอาบ น้ำให้จิตใจเย็นสบาย เมื่อจิตใจเย็นสบายแล้วเราก็สามารถนั่งถักข้าวได้"ปัจจุบันข้าวถักล้านนาได้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอนุรักษ์ใหม่โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเมืองสาตรหลวงที่ เห็นคุณค่าของข้าวถักล้านนา การสืบทอดการถักข้าวเริ่มจากลูกหลานของแม่ลัยภายในครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน เกือบ 15 คน ความเข้าใจกันและกันในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมยังได้สร้างความอบอุ่นให้แก่ ครอบครัว หากแต่ครอบครัวของแม่ลัยก็ไม่ได้เก็บภูมิปัญญาความรู้นี้ไว้ ยังได้กระจายการเรียนรู้งานหัตถกรรมพื้นบ้านไปสู่คนในชุมชนและผู้สนใจ อันเป็นการช่วยกระจายงานหัตถกรรมฝีมือการถักข้าวล้านนาให้เป็นที่รู้จักของ ผู้คนทั่วไปมากขึ้น นับเป็นการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนตรงตามความต้องการของบรรพชนที่ต้องการให้มีการ สานต่อศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่กับวิถีชีวิตพื้นบ้านชาวเมืองสาตรต่อไป.


จักรพงษ์ คำบุญเรือง
jakrapong@chiangmainews.co.th.
23/2/52

travel and food,Thailand
ปฏิกิริยา:

Advertisement

Post a Comment

 
Top