GOOD

 

memorry memorry Author
Title: มหัศจรรย์ป่าดงปงไหว
Author: memorry
Rating 5 of 5 Des:
มหัศจรรย์ป่าดงปงไหว ป่าดงปงไหว เป็นชื่อที่ชาวบ้านเค้าเรียกสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเวศที่อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ วันนี้เราก็มาลั้นล...
มหัศจรรย์ป่าดงปงไหว
ป่าดงปงไหว เป็นชื่อที่ชาวบ้านเค้าเรียกสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเวศที่อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ค่ะ วันนี้เราก็มาลั้นลากันที่เชียงใหม่เหมือนเดิมจังหวัดอื่นก็อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ จะทยอยเอาลงหากเวลาเอื้ออำนวย อิอิ
อะ ๆ เข้าเรื่องกันดีกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่จะเอามานำเสนอในวันนี้ก็คือ "ป่าดงปงไหว" ค่ะ หลายคนที่พอจะรู้จักก็คงอึ้ง ทึ่ง เสียว กันความมหัศจรรย์กับสถานที่แห่งนี้นะคะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้จักวันนี้เราจะพาชมกันค่ะ
ป่าดงปงไหวที่ว่านี้ก็คือบ่อโคลนดูดนั่นเองค่ะ ชาวบ้านเล่าว่าในออดีตนำวัวควายไปเลี้ยงแถวนั้น สัตว์เลี้ยงได้หายไปเป็นจำนวนมากค่ะ จนวันหนึ้งได้ไปพบกับควายที่ดูดลงไปครึ่งตัว แต่ก็สามารถช่วยเอาไว้ได้ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณดังกล่าวว่าเป็นป่าดงปงไหวค่ะ

จากการสำรวจของนักวิจัยนะคะ ของคุณปฐม วรรณาวงค์ นักวิจัยอิสระ พบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นดินพรุ มีลักษณะคล้ายเยลโลสโตนในสหรัฐอเมริกา โดยอาจเรียกว่าที่ป่าดงปงไหวเนี่ยเป็นเยลโลสโตนแห่งที่2 ของโลกก็ว่าได้เลยนะคะ และสันนิฐานว่าหากขุดลงไปจะพบซากสัตว์และซากคนอยู่ใต้ดินเป็นมัมมี่ที่ยังไม่เน่าเปื่อยค่ะ เนื่องจากใต้ดินมีอุณหภูมิต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียสเลยล่ะค่ะ (ปรื้อออ)

ป่าดง ปงไหว ตั้งอยู่ระหว่างหมู่บ้านม่วงเขียว หมู่ที่ 4 ตำบลร้องวัวแดง และบ้านป่าตึง หมู่ที่7 ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง เป็นป่าหนาทึบไม่ปรากฎหลักฐานความเป็นมาชัดเจน

การประมวลหลัก ฐานจากหลายแหล่งพบว่า อ.สันกำแพงในยุคโบราณเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวลัวะที่ ตั้งกระจายกันเต็มพื้นที่ รวมทั้งที่ ต.ห้วยทราย และ ต. ร้องวัวแดง เป็น ประชาคมใหญ่ที่พบหลักฐานการหล่อโลหะและแหล่งช่าง เหล็กใหญ่ แหล่งผลิต เครื่องเคลือบดินเผา หลักฐานที่พบล้วนอยู่ในเขตป่าดงปงไหว ที่น่าสนใจมาก ได้แก่การเป็นสถานีกลางทางขบวน คาราวานการค้าทางไกลที่นายกองเกวียนจะต้องนำ ขบวนค้าของตนเข้าพักในเขตป่านี้เสมอ ให้คนได้พักผ่อนพร้อมให้น้ำให้ท่าให้ อาหารสัตว์พาหนะ จุดหนึ่งในเขตนั้นเป็นเขตโคลนดูดมรณะซึ่งปัจจุบันกลายเป็น แผ่นดินเด้งได้ จากการทับถมของเศษพืชมานานมาก โดยเจ้าตัวกระโดดเด้งให้ดูบน แผ่นดินเด้งนั้นด้วย คำอธิบายสั้นๆบนแผ่นป้ายที่กรมทรัพยากรธรณีทำการสำรวจเบื้อง ต้น ตั้งไว้ที่ขอบแผ่นดินเด้งพร้อมภาพถ่ายเอกซเรย์ใต้แผ่นดินเด้ง เห็น ศพ 2 ศพก่ายกันอยู่ ระบุว่าใต้ผิวดินปงไหวเป็นสุสานของมนุษย์และสัตว์ซึ่ง ถูกโคลนดูด ดูดลงไปกลายเป็นมัมมี่อยู่ใต้แผ่นดิน ทั้งพบภาชนะของสูงเครื่อง ใช้ของชนชั้นปกครองในนั้นด้วย ภาชนะพวกนี้น่าจะมีอายุ ระหว่าง 600-1,000 ปี ส่วนอายุของปงไหวน่าจะเป็นพันล้านปียุคโลกยกตัวจาก ทะเลขึ้นมา หากมีการขุดหรือดูดสำรวจปงไหวตามหลักวิชา อย่างจริงจัง อาจพบคำ ตอบมากมายในหลุมมรณะนั้นได้อีกมากค่ะ



ปัจจุบัน ป่าดงปงไหวจึงเป็นที่ สนใจคนไปเที่ยวกันมาก หากเดินอยู่ในนั้นเห็นได้ชัดเป็นป่าบริสุทธิ์เก่า แก่ เถาวัลย์ขดตัวรูปร่างแปลกงดงามมากมายแสดงให้เห็นถึงอายุเป็นร้อยปี ทั้ง เป็นป่าสมุนไพรและป่าอาหารพื้นบ้านเมืองเหนือตามธรรมชาติ มีกระทั่งต้น “พ่อ ค้าตีเมีย” ผักที่ใช้ใส่แกงเมืองเหนือ ที่ไม่ใส่กะทิเพื่อชูรสให้หอมและ อร่อยที่หาดูได้ยาก ได้พบวัดร้างของชาวลัวะที่ยังมีซากเจดีย์ที่เรียกกู่ลัว ะ ที่นักโบราณคดีกรมศิลปากรเชียงใหม่ระบุว่ามีอายุพุทธศตวรรษที่ 20-21 พบ บ่อน้ำทิพย์ที่ไหลออกมาจากโคนต้นตะเคียน ชาวบ้านเรียกน้ำบ่อยาใช้กินกับยา แก้โรค โดยห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตนั้นเด็ดขาด ด้วยถือว่าเป็นเขต ศักดิ์สิทธิ์ พบลานซ้อมอาวุธสงครามที่ชาวเหนือเรียก “ข่วงเจิง” พบเตาเผา เครื่องปั้นดินเผาที่เศษตกค้าง ระบุทับ ถมกันหลายยุคสมัยพร้อมซากจากหลาย แหล่งรวมทั้งของจีน แสดงถึงการเป็นศูนย์การค้าเด่นชัด พบแหล่งหลอมเหล็กใน นั้นโดยแหล่งแร่อยู่ห่างออกไป 10 กม.เศษ เป็นสิ่งยืนยัน 200 ปีที่ผ่านมาชาว ลัวะที่โน่นเป็นผู้ผลิตอาวุธหอกดาบ คล้องช้างหรือต้อนเข้าเพนียดส่งเป็นช้าง ศึกให้แก่เชียงใหม่และหริภุญไชยใช้ทำสงคราม ช่างหลอมเหล็กและช่างตีเหล็กชาว ลัวะยุคโน้นถูกทำให้ หยุดงานหมดสิ้นเชิง เมื่อพม่ายึดเมืองเหนือได้หมดปี พ. ศ.2001 กวาดช่างเหล็กไปพม่าหมดสิ้น


อุ้ยยย นับเป็นดินแดนที่น่าพิศวงและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ (หรืวอ่าจะน่ากลัวดีน๊าาา) ยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณยังไม่รู้และรอให้คุณไปพิสูจน์อยู่ค่ะ ที่ป่าดงปงไหว

สอบถามข้อมูล ได้ที่ ศูนย์บริการศึกษานอกโรงเรียนสัน กำแพง 0-5333-2752 หรือชมรมมัคคุเทศก์ชุมชน 08-5031-4926

ขอคุณรูปสวย ๆ จากเว็ป www.thaimtb.com ค่ะ



travel and food,Thailand
ปฏิกิริยา:

Advertisement

Post a Comment

Madam Tab said... November 20, 2008 at 4:51 AM

เหวอ+บรื๋อออออออออออออ!
น่ากลัวจังเลยนะคะที่ถ้าขุดลงไปอาจจะเจอซากคน,ซากสัตว์
คิดเล่นๆขำๆว่า น่าจะพากลุ่มคนชั่วไปเที่ยวที่นี่เยอะๆนะคะ โคลนจะได้ดูดใหเหายไปใต้ดิน แต่ก็ไม่รู้บริเวณจะกว้างใหญ่พอที่จะรองรับได้แค่ไหน เพราะจำนวนคนชั่วเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวั๊น..ทุกวัน 555
อ้อ! น้องคะ เคยไปเที่ยว หนองหอย จ.เชียงใหม่หรือเปล่า แตบเคยไปครั้งหนึ่ง เห็นสองข้างทางมีต้นยางนาขนาดใหญ่เรียงรายเป็นระยะทางยาว เวลาแดดส่องมาตอนเช้าๆจะเป็นภาพที่สวยงามมาก เสียดายที่ตอนนั้นไม่มีกล้องค่ะ(อยากเห็นภาพนั้นจังเลย)ถ้ามีก็ช่วยนำมาโพสด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้ามากมาย จุ๊บๆค่ะ

 
Top